by wat wat in
Talk Of Story

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เจ้าของเสื้อเบอร์ 7 ได้ลงสัมผัสสนามบนเวที พรีเมียร์ลีกกับ “ปีศาจแดง” เกมแรก ในวันที่ 16 สิงหาคม 2003 คือ เกมที่เดินทางไปถล่ม โบลตัน วันเดอเรอร์ส 4-0 โดยลงสนามมาในนาทีที่ 60 แทน นิคกี้ บัตต์ และฤดูกาลเดียวกันนั้น นัดที่แมนยูพบกับแอสตัน วิลล่า Ronaldo โดนใบแดงครั้งแรกในชีวิตการค้าแข้งของเขา ด้วยการไปเตะบอลทิ้งทั้งที่กรรมการเป่าหยุดเกมไปแล้ว ทำให้เขาต้องโดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงออกจากสนามไป

ก่อนที่จะปิดฤดูกาลแรกของเขากับแมนยู Ronaldo ได้รับเลือกเป็น 11 ตัวจริง นัดชิงแชมป์ FA Cup กับสโมสร มิลล์วอลล์ สามารถซัดไป 1 ประตู ช่วยให้แมนยูคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ไปครองด้วยสกอร์ 3-0

จบฤดูกาลแรก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือที่เรียกกันว่า Sir Matt Busby Player of the Year ประจำฤดูกาล 2003/2004

ต่อมาในฤดูกาลที่ 2 ของ ปี 2004/2005 โรนัลโด้ กับแมนยูไนเต็ด ไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมเท่าปีแรกที่เข้ามา ตลอดทั้งฤดูกาลลงเล่นไป 50 นัด ซัดไเพียง 9 ประตู ในฤดูกาลนี้เองที่ โรนัลโด้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องของสไตล์การเล่น ที่มักจะชอบเลี้ยงบอลและโชว์ทักษะการหลอกคู่ต่อสู้

บ่อยครั้งทำให้จังหวะการเล่นของทีมเสียและไม่เป็นทีมเวิร์ค ก่อนที่ท้ายฤดูกาล แมนยู มีโอกาสเข้าไปชิงดำกับ สโมสร อาร์เซน่อล แต่ในนัดนั้นพวกเขาพ่ายแพ้ให้กับ “ไอ้ปืนใหญ่” หลังเสมอในเกมกันที่ 0-0 ก่อนที่จะมาดวลจุดโทษตัดสิน สุดท้ายแมนยูพ่ายไป 5-4

และในปี 2007/2008 เป็นซีซั่นที่ โรนัลโด้ ประกาศให้โลกรู้ว่าเขาเนี่ยแหละคือเบอร์ 1 ในตอนนั้น ด้วยการพาปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าดับเบิ้ลแชมป์ คือ ถ้วนลีกสูงสุดของอังกฤษอย่าง พรีเมียร์ ลีก สมัยที่ 10 ของสโมสร และถ้วยบิ๊กเอียร์ แชมป์ใหญ่ที่สุดแห่งยุโรป อย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ที่คว่ำเชลซีลงได้จากการดวลจุดโทษ ชนะไป 6 ประตูต่อ 5 ก่อนจะส่งให้โรนัลโด้ ที่ยิง 42 ประตูจากการลงเล่น 49 ในทุกรายการ คว้ารางวัลบัลลงดอร์และรางวัลรองเท้าทองคำไปครองได้สำเร็จ

และนั้นเองเป็นการกระตุ้นให้ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ที่กำลังกระหายแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มากที่สุดและเริ่มมองหานักเตะระดับโลกมาช่วยยกระดับทีม โดยมีชื่อโปรเจค กาลาติกอส 2 หรือการรวมเหล่านักเตะที่มีฝีเท้าระดับโลกมารวมไว้ด้วยกัน สร้างทีมรวมดาราที่ยิ่งใหญ่และ โรนัลโด้ คือเป้าหมายแรกของ เรอัล มาดริด ที่จะเริ่มโปรเจคนี้

เวลานั้น ประธานของเรอัล มาดริด ฟลอเรนติโน เปเรซ พร้อมทุ่มเงินมหาศาลเป็นสถิติโลกเวลานั้นถึง 100 ล้านปอนด์ (6,300 ล้านบาท) เพื่อที่จะคว้าตัวของ โรนัลโด้ ไปร่วมทัพให้ได้ ก่อนที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่ฃเปรียบเสมือนพ่อคนที่ 2 ของโรนัลโด้ จะทำการเบรกเอาไว้และขอให้ โรนัลโด้ อยู่ช่วยทีมก่อนอีก 1 ปี

ฤดูกาล 2007/2008 และใครจะคิดว่าก่อนจบฤดูกาล ในศึกยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก นัดรองชนะเลิศ จะเป็นการโคจรมาพบกันของ 2 นักเตะที่เก่งที่สุดโลกขณะนั้น อย่าง ลิโอเนล เมสซี ที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นที่หนึ่งในขณะนั้น

โดยในการพบกันของทั้งคู่จบลงที่ พอล สโคลส์ ซัดประตูชัยประตูเดียวในเกม พาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดับฝันบาร์เซโลน่า เข้ารอบชิงชนะเลิศ โคจรไปพบกับคู่ปรับร่วมลีกอย่าง เชลซี ก่อนที่จะคว้าแชมป์ได้สำเร็จ

หลังจากนั้นเพียงฤดูกาลถัดมา 2008/2009 สุดยอดนักเตะแห่งยุคโรนัลโด ได้กลับมาพบ เมสซี อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นนัดชิงชนะเลิศ เมสซี จัดการเผาเครื่องแมนยูจนหมดสภาพ นัดนั้นเป็น บาร์เซโลน่าชนะไป 2-0 และนั้นเป็นฤดูกาลสุดท้ายของ โรนัลโด้ ในชุดยูนิฟอร์มของทีมปีศาจแดงหลังจากเขาขายวิญญาณให้กับปีศาจไปถึง 6 ปีเต็ม

โดยสถิติในการลงเล่นสนามของ โรนัลโด้ กับปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ลงสนาม 292 นัด ทำประตูได 118 ประตู และมีแชมป์ติดมือมากมาย

แมนฯยูไนเต็ด แชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย (2006-07, 2007-08, 2008-09)
แชมป์เอฟเอ คัพ 1 สมัย (2003-04)
แชมป์ลีกคัพ 2 สมัย (2005-06, 2008-09)
แชมป์คอมมิวนิตี้ชิลด์ 1 สมัย (2007)
แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 1 สมัย (2007-08)
แชมป์สโมสรโลก 1 สมัย (2008)

เขาไปย้ายเข้าสู่เรอัล มาดริดยักษ์ใหญ่ของ ลาลีกา สเปน ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลก ณ เวลานั้น เพื่อเจอความท้าทายใหม่ๆ และหนึ่งความท้าทายของเขา คือ การเอาชนะ ลิโอเนล เมสซี ของบาร์เซโลน่าให้จงได้

จบไปแล้วครับสำหรับ EP. 2 นี้ และใน EP หน้า เราจะมาพูดถึงคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ช่วงที่เล่นอยู่ในสโมสร เรอัล มาดริด ซึ่งเป็นช่วงที่เจ้าตัวอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ รอติดตามกันได้เลยใน EP หน้า กับ เส้นทางชีวิตของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก่อนจะมาเป็น CR7 EP.3

กลุ่มข่าวสารฟุตบอล : https://bit.ly/2NouPxE

สามารถติดตาม Talk of story เรื่องอื่นๆได้ที่ >> คลิ๊ก <<

Share Post:

Related Posts