by goldenboat in
Talk Of Story

ถ้าหากเราจะนึกถึงกองกลางที่ดีสุดของอิตาลี หนึ่งชื่อที่ทุกคนคิดได้แน่นอนว่านั้นก็คือ อันเดรีย ปีร์โล่ นักเตะพรสวรรค์สูงที่เกิดและเติบเติบโตจากครอบครัวที่ร่ำรวยแต่ ปีร์โล กลับเลือกเดินในเส้นทางที่ตัวเองชื่นชอบ จนประสบความสำเร็จ

ฟุตบอล คือกีฬาของชนชั้นล่าง เรื่องราวของนักเตะชื่อดังหลายคน เริ่มต้นจากความยากลำบาก ต้องดิ้นรนปากกัดตีนถีบ เพื่อพัฒนาตัวเองจากการเป็นนักฟุตบอลข้างถนน จนกว่าจะประสบความสำเร็จบนเส้นทางลูกหนัง

แต่กับ อันเดรีย ปีร์โล เขาคือลูกชายของ ลุยจิ ปีร์โล นักธุรกิจผู้ร่ำรวย เจ้าของโรงงานเหล็กกล้าขนาดใหญ่ ในเมืองเบรสชา ประเทศอิตาลี ชีวิตของเจ้าหนูปีร์โล จึงไม่ต้องดิ้นรนกับความยากลำบาก เหมือนอย่างคนอื่นๆ

อันเดรีย ปีร์โล เริ่มสัมผัสลูกฟุตบอลบนหาดทรายสีขาว ใกล้รีสอร์ตริมทะเล ในเมืองวีอาเรจโจ ตอนนั้น อันเดรีย อายุเพียงแค่ 4 ขวบ แต่พรสวรรค์ในการเป็นสุดยอดนักเตะ เริ่มฉายแวว จนครอบครัวของสังเกตเห็น และเริ่มต้นผลักดันลูกชายเป็นนักฟุตบอล ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

อันเดรียคิดถึงแต่ฟุตบอล เขาเป็นเด็กชายที่นิ่งเงียบ แต่ไม่ถึงกับเก็บตัว และไม่เคยออกไปสุงสิงกับเด็กนิสัยไม่ดีที่ไหน เพราะอันเดรียจะเล่นฟุตบอลที่สนามหญ้า กับพี่ชายของเขา จนกว่าจะถึงช่วงเวลาทานอาหารค่ำ” ลีเดีย ปีร์โล เล่าถึงเรื่องราวของลูกชายในวัยเด็ก

เราย้อนกลับไปในปี 1995 อันเดรีย ปีร์โล่ เด็กหนุ่มจากท้องถิ่นถูกเบรชชาทีมในกัลโซ่ เซเรีย อา อิตาลี ดึงตัวไปร่วมทีมก่อนที่เขาจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นให้เบรชชาในวัยเพียงแค่ 16 ปี โดยแรงบัลดาลที่ทำให้เขาอยากเล่นฟุตบอลนั้นก็คือ โรแบร์โต้ บัจโจ้ ไอดอลของเขานั่นเอง

ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ร่วมงานกันในปี 2001 การมาของโรแบร์โต้ บัจโจ่ ทำให้ปีร์โล่ ต้องลดบทบาท กลายมาเป็นกองกลาง จากที่เคยเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรุก ก่อนที่เขาจะสามารถโชว์ฟอร์มได้ดีในตำแหน่งใหม่ โดยเขาแอสซิสต์ให้กับบัจโจ้ยิงประตูได้ตลอด โดยจุดเด่นของปีร์โล่ คือการจ่ายบอลที่แม่นยำราวกับจับวาง รวมถึงยังมีการยิงฟรีคิกที่เฉียบคม

และในปี 2002 คาร์โล อันเชลอตติ ที่มองเห็นบางอย่างในอันเดรีย ปีร์โล่ ทำให้คว้าตัวเขาเข้ามาร่วมทีม ปีศาจแดง-ดำ แต่ก็ไม่ค่ออยได้โอกาสลงสนามเพราะตอนนั้น รุยส์ คอสต้า รับหน้าที่ในตำแหน่งเดียวกับเขาอยู่ ก่อนที่ ปีร์โล่จะได้โอกาสลงสัมผัสเกมเนื่องด้วย เจนนาโร่ กัตตูโซ่ ได้รับบาดเจ็บ

และเขาก็ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ ปีร์โล่ได้แจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวในตำแหน่ง deep lying midfielder หรือ ตัวทำเกมจากแนวลึก ให้กับเอซี มิลาน โดยตลอดระยะเวลา 9 ปี ที่ค้าแข้งอยู่ในซาน ซิโร่ เขาได้แชมป์ร่วมกับทีมไป 9 รายการ

อันเดรีย ปีร์โล อยู่กับมิลานเกือบ 10 ปี คว้ามาทั้งหมด 9 ถ้วยแชมป์และรางวัลส่วนตัวอีกนับไม่ถ้วน สุดท้ายในปี 2011 มิลาน เลือกที่จะไม่ต่อสัญญากับเขาด้วยเหตุผลที่ว่า เขาอายุมากเกินไป บนวัย 32 ปี

ยูเวนตุส คว้าตัว ปีร์โล มาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว และอยู่กับทีม 4 ซีซั่น กวาดไป 7 แชมป์ พาทีมไร้พ่าย 1 ฤดูกาล รวมทั้งสิ้น 49 นัด เก็บไป 100 แต้ม เป็นทีมแรกในเซเรีย อา และเป็นแชมป์ลีก 4 สมัยติดต่อกันนับตั้งแต่ย้ายมา

ส่วน เอซี มิลาน ต้นสังกัดเก่าไม่เคยได้แชมป์อะไรเลยตั้งแต่ปล่อยเขาออกมา ถือว่าเป็นจุดจบอย่างแท้จริง

ผมย้ายออกจาก เอซี มิลาน เพราะพวกเขาไม่ต้องการผมอีกต่อไป ผมแค่ต้องการจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ผมยังสามารถเล่นในระดับสูงได้ และนั่นคือสิ่งที่ผมได้แสดงให้เห็น ปีร์โล อธิบายถึงสาเหตุที่เขาเลือกอำลาถิ่นซาน ซีโร

อันเดรีย ปีร์โล่ ก้าวเดินต่อไปในฐานะนักฟุตบอลอย่างสง่างาม จนประสบความสำเร็จคว้าแชมป์มากมายหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอลโลก, ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และ กัลโช เซเรียอา หลายสมัย

ปีร์โล เป็นที่รักของแฟนลูกหนังทั่วโลก ความสามารถเฉพาะตัวต่างหากที่เป็นส่วนสำคัญ เขาได้รับฉายามากมาย ไล่ตั้งแต่ เจ้าสถาปนิก, โมสาร์ตลูกหนัง, ท่านศาสตราจารย์, ผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงชื่อสุดแปลกอย่าง เครื่องเคาะจังหวะ

อันเดรีย ปีร์โล่  แตกต่างจากกองกลางชาวยุโรปทั่วไป หากกล่าวตามตรง ปีร์โลมีจุดอ่อนมากมาย เขาปราศจากความเร็ว ไร้ทักษะในเกมรับ ไม่เล่นลูกกลางอากาศหรือเข้าปะทะ ร่างกายดูอ่อนแอ และแทบไม่เคลื่อนตัวออกจากพื้นที่กลางสนามสนาม แถมยังขี้เกียจวอร์มอัพก่อนการแข่งขัน

แต่สิ่งที่ทดแทนเข้ามานั่นก็คือ มันสมองของเขาที่เข้าขั้นอัจฉริยะ โดยทางด้าน สื่อชื่อดังอย่าง BBC ยกย่องว่าสมองของปีร์โลมีความสามารถเทียบเท่า “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งโลกฟุตบอ

นอกจากนี้ ยังมีคำยกย่อง อันเดรีย ปีร์โล่อย่างมากมายจาก บุคลากร ทางด้านฟุตบอล

-เป๊ป กวาร์ดิโอลา และ ชาบี เอร์นานเดซ เคยอยากให้ ปีร์โล มาเล่นที่บาร์เซโลนา

-คาร์ลอส ดุงกา เคยให้สัมภาษณ์ตอนที่ยังเป็นกุนซือทัพเซเลเซาว่า หากเขาต้องเลือกนักเตะคนหนึ่งมาอยู่ในทีม ปีร์โล จะเป็นหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย

จานลุยจิ บุฟฟอน เพื่อนร่วมทีมทั้งในสโมสรและทีมชาติ ปีร์โล คือ อัจฉริยะ เช่นเดียวกับ โรแบร์โต บัจโจ ผมคิดว่าเขาเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์คนหนึ่งเท่าที่วงการฟุตบอลอิตาลีเคยมีมาในช่วง 25 ปีหลัง

ในปี 2006 ที่ทีมชาติอิตาลี คว้าแชมป์โลก ก่อนลงสนามอันเดรีย ปีร์โล่ ให้สัมภาษณ์ก่อนลงสนามว่า “ผมไม่รู้สึกกดดัน ผมไม่สนใจเลย ผมใช้เวลาช่วงบ่าย นอนและเล่นเกมเพลย์สเตชัน” และในคืนนั้นเองอิตาลี ก็ลงสนามไปคว้าแชมป์โลก

ความสามารถในการเล่นฟุตบอลของ อันเดรีย ปีร์โล ถูกจดจำมาถึงทุกวันนี้ แม้จะแขวนสตั๊ดมาหลายปี แต่ชีวิตที่มีระดับของเขายังไม่จางหายไป ชีวิตนอกสนามของปีร์โล เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของศิลปิน

ไม่ว่าคุณจะหลงรักผู้ชายคนนี้ด้วยเหตุผลใด? ฝีเท้าการเล่นฟุตบอล หรือ วิถีชีวิตนอกสนาม คำตอบของคุณมีความหมายไม่ต่างกัน เพราะทุกอย่างคือตัวตนของ อันเดรีย ปีร์โล นักฟุตบอลลูกคุณหนูนิสัยดีที่ไม่เคยคิดร้ายต่อใคร และส่งต่อพลังงานแง่บวกแก่คนรอบข้าง จนได้รับความรักตอบแทนกลับมาอย่างไม่สิ้นสุด

คำว่า ศิลปิน ลูกหนังสำหรับ อันเดรีย ปีร์โล่ ไม่ใช่คำที่ได้มาง่ายๆ เขาอาจไม่มีความเร็ว ไม่มีเทคนิคในการเล่นตัวรับ แต่ความคลาสสิคที่ อันเดีย ปิร์โล่ ได้แสดงบนสนาม นั่นคือคำตอบ เพราะ แชมป์มากมายในตลอดอาชีพการค้าแข้งที่มากกว่า 22 ปี บนฟลอหญ้าของ ศิลปินลูกหนังที่ชื่อว่า อันเดรีย ปีร์โล่

กลุ่มข่าวสารฟุตบอล : https://bit.ly/2NouPxE

สามารถติดตาม Talk of story เรื่องอื่นๆได้ที่ >> คลิ๊ก <<

Share Post:

Related Posts

No Comments

Leave a Reply