by goldenboat in
Talk Of Story

ในช่วงปี ค.ศ.1337 ถึง ค.ศ. 1453 อังกฤษ กับ ฝรั่งเศส พุ่งรบกันอย่างยาวนานนับศตวรรษศึกครั้งนั้นมีชื่อว่า สงคราม 100 ปี จำนวนเวลาที่รบกันเป๊ะๆ คือ 116 ปี 4 เดือน กับอีก 25 วัน กว่าที่สงครามจะสิ้นสุดลง สงครามครั้งนี้ จบลงด้วยการที่ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะ ดินแดนของอังกฤษบนภาคพื้นยุโรปโดนฝรั่งเศสยึดไปหมด นั่นทำให้ประชาชนและขุนนางจำนวนมาก ผิดหวังกับการไร้ความสามารถของกษัตริย์ ซึ่งได้แก่พระเจ้าเฮนรี่ที่ 6

พระเจ้าเฮนรี่ที่ 6 เป็นคนของตระกูลแลงคาสเตอร์ (House of Lancaster) ซึ่งมีตราประจำตระกูลคือ “กุหลาบสีแดง” ตระกูลแลงคาสเตอร์ ตั้งอยู่ที่แคว้นแลงคาเชียร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ ซึ่งในอดีตเมืองแมนเชสเตอร์ ก็รวมอยู่ในแคว้นแลงคาเชียร์ด้วย

ทำให้ ริชาร์ด แห่งตระกูลยอร์ก ตัดสินใจเข้ามายึดอำนาจ จึงได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเป็นอย่างดี การยึดอำนาจทำสำเร็จ แต่ริชาร์ดแห่งยอร์ก ไม่ได้ทำการรัฐประหาร เขาปล่อยให้พระเจ้าเฮนรี่ที่ 6 ยังคงดำรงตำแหน่งกษัตริย์ในฉากหน้าต่อไป ส่วนตัวเองก็มาชักใยอยู่เบื้องหลัง ในฐานะผู้สำเร็จราชการ

สำหรับตระกูลยอร์กนั้นมีตราประจำตระกูลคือ “กุหลาบสีขาว” โดยแคว้นยอร์กเชียร์ ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของอังกฤษ เมืองใหญ่ในปัจจุบันก็เช่น ลีดส์, เชฟฟิลด์, แบรดฟอร์ด, มิดเดิลสโบรห์ และ บาร์นสลีย์ เป็นต้น

สงครามระหว่างสองตระกูล แลงคาสเตอร์ กับ ยอร์ก ยึดอำนาจกันไปมา ระหว่างปี ค.ศ 1455 -1485 จนรวมแล้วสงครามครั้งนี้กินเวลานานถึง 30 ปี พอดี

ในช่วงสงครามดอกกุหลาบ จะมีศึกย่อยชื่อ Battle of Towton เกิดขึ้นในวันที่ 29 มีนาคม 1461

นี่คือศึกที่นองเลือดที่สุด ที่เคยเกิดขึ้นในแผ่นดินอังกฤษ เพราะมีทหารของฝั่งยอร์ก กับฝั่งแลงคาสเตอร์ ปะทะกันรวม 50,000 ชีวิต คนฝั่งยอร์กตายไป 800 ส่วนฝั่งแลงคาสเตอร์ตายไป 9,000 ศึกครั้งนั้น อยู่ในแบบเรียนประวัติศาสตร์ของเด็กนักเรียนอังกฤษจนถึงวันนี้

ในปี 1485 พระเจ้าเฮนรี่ที่ 7 ซึ่งเป็นคนของแลงคาสเตอร์ แต่งงานกับเจ้าหญิงอลิซาเบ็ธซึ่งเป็นคนของยอร์ก นั่นทำให้ความขัดแย้งของสองตระกูลลดความรุนแรงลง ยิ่งไปกว่านั้นพระเจ้าเฮนรี่ที่ 7 ยังตัดสินใจว่า ตราประจำตระกูล จะใช้กุหลาบสีแดงแห่งแลงคาสเตอร์ รวมกับ กุหลาบสีขาวแห่งยอร์ก กลายเป็นกุหลาบแดง-ขาว แห่งทิวดอร์

สงครามดอกกุหลาบอาจสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่ความขัดแย้งระหว่างประชาชนสองเมืองยังคงอยู่ คนยอร์กเชียร์ กับ แลงคาเชียร์ ไม่ถูกกันไปโดยปริยาย และความไม่พอใจได้สั่งสมกันมายาวนาน 4 ศตวรรษจนถึงปัจจุบัน

สำหรับคนแมนเชสเตอร์แล้ว จะมีคนสองเมืองที่ไม่ชอบหน้ามากที่สุด คือคนลิเวอร์พูล และคนจากลีดส์นี่ล่ะ ซึ่งกับลิเวอร์พูลอาจจะขัดแย้งเรื่องเศรษฐกิจกับฟุตบอลโดยตรง แต่ของลีดส์มันพิเศษกว่าตรงที่มันรวมเรื่องของประวัติศาสตร์ไปด้วย

ในเวลาต่อมาสโมสรฟุตบอล นิวตันฮีธ ก่อตั้งในปี 1878 ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 1902 ส่วนสโมสรฟุตบอล ลีดส์ ยูไนเต็ด ก็ได้ก่อตั้งในปี 1919

การขับเคี่ยวในสนาม ไปผสมรวมกับความเกลียดชังเชิงประวัติศาสตร์ ทำให้ทุกครั้งที่สองทีมนี้ปะทะกัน จึงเป็นเกมที่เดือดดาลเสมอ

ลีดส์ตกชั้นจากลีกสูงสุดในปี 1982 ซึ่งแฟนแมนฯยูไนเต็ดก็หัวเราะเยาะ แต่พอลีดส์เลื่อนชั้นกลับมา พวกเขาคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ได้ทันทีในปี 1992 ซึ่งในช่วงที่ลีดส์ตกชั้นไปและกลับขึ้นมา แมนฯยู ยังไม่ได้แชมป์เลยสักหนเดียว กลายเป็นโดนลีดส์หัวเราะเอาคืนซะอย่างนั้น

แต่พอฟุตบอลอังกฤษ เปลี่ยนจากดิวิชั่น 1 เป็นพรีเมียร์ลีก ก็กลายเป็นแมนฯยูไนเต็ด ยึดครองความยิ่งใหญ่ ส่วนลีดส์ก็ดร็อปลงเรื่อยๆ และตกชั้นไปเล่นลีกรองในที่สุด จึงทำให้ สงครามดอกกุหลาบ ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก สำหรับแฟนบอลรุ่นใหม่

เราดูจากประวัติศาสตร์จะเห็นว่าสองทีมนี้เจอกันไม่บ่อย เนื่องจากลีดส์ตกชั้นหลายครั้ง คือรวมแล้วได้เล่นทุกถ้วยรวมกันแค่ 107 เกมเท่านั้น แต่ใน 107 เกมทุกครั้งที่เจอกัน มันจะดุเดือด เลือดพล่านเสมอ ทั้งเล่นกันดุ โหด ทั้งนักเตะ โค้ช และแฟนบอลใส่กันเต็มๆโดยไม่สนว่าจะเป็นรายการอะไร

ในปี 1997 ในเกม พรีเมียร์ลีก ที่สองทีมนี้เจอกันมีอยู่จังหวะหนึ่ง อัล์ฟ อิงเก้ ฮาแลนด์ วิ่งเบียดมากับรอยคีน ซึ่งรอย คีน ล้มละลงไปนอนเจ็บ ฮาแลนด่ารอยคีนว่า “ลุกขึ้นมาซะ หยุดเล่นละครตบตาได้แล้ว!!” อัล์ฟ อิงเก้ ฮาแลนด์ กล่าวกับรอย คีน ในปี 1997 ซึ่งรอย คีน เจ็บจริงๆและพักยาวกว่า 6 เดือน

และในปี 2001 นั่นเอง วันที่รอยคีน รอคอยมาตลอด วันที่จะเผชิญหน้ากับโจทย์เก่าถึงแม้ตอนนั้น อัล์ฟ อิงเก้ ฮาแลนด์ จะย้ายข้ามฟากมาอยู่ทีมเรือใบสีฟ้าแล้วก็ตาม แต่แค้นนี้ต้องชำระ กระโดดยันที่เข่าขวา ฮาแลนด์ทันที และพูดว่า “รับไปซะไอ้งั่ง คราวหลังอย่าเสนอหน้า เรียกข้าว่าไอ้สำออยอีก” รอย คีน

และในปี 2002 เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ได้ไปยื่นซื้อ ริโอ เฟอร์ดินาน มาจากลีดส์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ ยิ่งทำให้ความเกลียดชังของแฟนบอลทั้ง 2 ทีม มียิ่งมากขึ้นไปอีก เพราะตอนนั้น ริโอ เฟอร์ดินาน เป็นนักเตะตัวหลักที่ลีดส์ ยูไนเต็ดจะขาดไม่ได้ในแผงกองหลัง และ อีก 2 ปีหลังจากนั้น ลีดส์ ยูไนเต็ด ตกชั้นจาก พรีเมียร์ลีก และ อลัน สมิธ ย้ายข้ามฟาก จากชุดสีขาว มาสู่ ชุดสีแดง ทำให้แฟนบอลลีดส์ แค้นมากถึงขั้นไม่เผาผีกับนักเตะเลย เพราะอลัน สมิธ ถือว่าเป็นดั่งไข่ในหิน ที่ สโมสร ลีดส์ ปลุกปั้นมากับมือ ทำให้ สงครามดอกกุหลาบ ระหว่าง 2 ทีมนี้ถูกจุดไฟขึ้นมาอีก

ลีดส์ ยูไนเต็ด ตกชั้นไปตอนปี 2004 ซึ่งในปีนี้ 16 ปีพอดีที่พวกเขาพร้อมจะทะยาน ขึ้นมาทำสงครามดอกกุหลาบกับคู่ปรับเก่าอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การปะทะกันของสองทีมนี้ จึงถูกขนานนามว่า Roses Rivalry หรือ คู่แค้นสงครามกุหลาบ ซึ่งเสื้อที่ทั้งสองทีมใส่ ก็ตรงสีพอดี ลีดส์ ยูไนเต็ด ใส่เสื้อกุหลาบขาวของตระกูลยอร์ก ส่วนแมนฯยูไนเต็ด ใส่เสื้อสีแดงของตระกูลแลงคาสเตอร์

และสำหรับแฟนบอล หลายๆคน ที่อยากเห็นสงครามดอกกุหลาบที่ดุ โหด และ สนุกกว่า ศึกแดงเดือด ในพรีเมียร์ลีก คงจะไม่ต้องรอกันอีกต่อไปแน่นอน เพราะเราจะได้ดู สงครามดอกกุหลาบในฤดูกาลหน้า และเชื่อว่าเราจะได้ดูกันไปอีกนานแสนนาน

กลุ่มข่าวสารฟุตบอล : https://bit.ly/2NouPxE

สามารถติดตาม Talk of story เรื่องอื่นๆได้ที่ >> คลิ๊ก <<

Share Post:

Related Posts

No Comments

Leave a Reply