by goldenboat in
Talk Of Story

มิชาเอล บัลลัคคือยอดนักเตะคนหนึ่งของเยอรมัน เขาเป็นตำนานมีชีวิตของไบเออร์ เลเวอร์คูเซน แบบไม่ต้องสงสัย เช่นเดียวกันกับในทีมชาติเยอรมัน บัลลัค ก็ไม่ใช่นักเตะที่จะถูกลืมเลือนได้ง่ายๆ

ถ้าเป็นเรื่องของโชคล่ะ แทบทุกคนรู้ดีว่าเขาคือหนึ่งในนักเตะผู้โชคร้าย เหมือนต้องคำสาปในนัดชิงชนะเลิศมาตั้งแต่สมัยค้าแข้งอยู่กับเลเวอร์คูเซน บาเยิร์น มิวนิค เชลซี ไปจนถึงภายใต้ชุดแข่งทีมชาติเยอรมัน

“ตลอดชีวิตของ มิชาเอล บัลลัค อดีตจอมทัพทีมชาติเยอรมัน คว้าแชมป์ต่างๆ มาครองมากมายรวมทั้งสิ้น 14 แชมป์ แต่คนส่วนใหญ่จะจดจำเขาว่าเป็น “เจ้าพ่อรองแชมป์” เพราะว่าเวลาจะได้รองแชมป์เขามักจะได้แบบติดกันรัวๆ

เด็กหนุ่มจากเยอรมันตะวันออกเริ่มต้นชีวิตการค้าแข้งกับทีมเยาวชน เชมนิต ซึ่งเป็นทีมท้องถิ่น และได้เริ่มต้นเล่นฟุตบอลอาชีพกับ เชมนิตเซอร์ ซึ่งปัจจุบันทีมนี้อยู่ในระดับลีกา 3 โดยเขาเริ่มต้นด้วยการเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ และถึงแม้จะเล่นในตำแหน่งกองกลาง แต่สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นมากที่สุดคือการทำประตูแบบถล่มทลายของเขา 

เจ้าของเสื้อหมายเลข 13 ทีมชาติเยอรมัน เกือบจะจบอาชีพนักฟุตบอลก่อนวัยอันควร เมื่อเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บหนักที่หัวเข่าสมัยที่ยังเป็นนักเตะเยาวชน เชมนิต โดยแพทย์เปิดเผยว่าเขาควรหันหลังให้กับฟุตบอล เพราะไม่อยากให้ บัลลัค เสี่ยงที่จะเดินไม่ได้ แต่โค้ชเยาวชนของทีมกลับคิดว่าเส้นทางชีวิตลูกหนังของเขายังไม่จบ

ทำให้ปี 1995 บัลลัค พา เชมนิตเซอร์ เลื่อนขึ้นสู่ ลีกา 2 ลีกรองของเยอรมันและสามารถยึดตัวหลักของทีมได้สำเร็จก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับ ไกเซอร์สเลาเทิร์นในปี 1997 เขาเริ่มต้นด้วยการเป็นตัวสำรองก่อนจะกลายมาเป็นแกนหลักของทีมพร้อมกับพา ไกเซอร์ ขึ้นนำจ่าฝูงในบุนเดสลีกาและสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้สำเร็จ

จากนั้นจุดเริ่มต้นคำสาปของ บัลลัค เกิดขึ้นในปี 1999 เขาย้ายมาอยู่กับเลเวอร์คูเซ่น บัลลัค พาทีมเลเวอร์คูเซ่น ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงในปี 1999 แต่ในช่วงท้ายฤดูกาลพวกเขามีแต้มนำ บาเยิร์น มิวนิค อยู่ 3 คะแนนแต่กลับถูกแซงและปาดหน้าคว้าแชมป์ไปอย่างหน้าตาเฉย

ก่อนที่ในปี 2002 เขาจะเป็นรองแชมป์แบบติดๆ กันถึง 3 รายการ โดยเข้าป้ายอันดับ 2 ในบุนเดสลีกา และเป็นรองแชมป์เดเอฟเบ โพคาล ขณะที่ในถ้วยยุโรป ถึงแม้จะพาทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกส์ แต่ก็ต้องพ่ายให้กับ เรอัล มาดริด ยอดทีมแห่งสเปน อย่างชอกช้ำแบบสุดๆ จากลูกยิงสุดสวยของ ซีเนดีน ซีดาน

ขณะที่ในศึกฟุตบอลโลกปี 2002 ทว่าเจ้าตัวต้องพลาดลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศกับ บราซิล เนื่องจากโชคร้ายโดนใบเหลืองสะสมครบทำให้ติดโทษแบน ก่อนที่ “อินทรีเหล็ก” จะพ่าย 0-2 ได้เพียงตำแหน่งรองแชมป์โลก นับเป็นรองแชมป์รายการที่ 4 ภายใน 1 ปีของ มิชาเอล บัลลัค 

หลังจากนั้น บัลลัค ได้ย้ายมาอยู่กับทีม เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค และประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม พาทีมคว้าแชมป์ลีกเยอรมัน ในซีซั่น 2002-2003, 2004-2005 และ 2005-2006 รวมทั้งแชมป์เดเอฟเบ โพคาลในปี 2003, 2005 และ 2006 

ขณะที่ในปี 2006 ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก ที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพนั้น บัลลัค พาทีมเข้าป้ายเป็นอันดับที่ 3 และหลังจบรายการนี้เขาก็ประกาศแยกทางกับ บาเยิร์น โดยย้ายไปหาประสบการณ์ในต่างแดนเป็นครั้งแรกกับ เชลซี ที่อังกฤษ แบบไม่มีค่าตัว ภายใต้การคุมทัพของ โชเซ่ มูรินโญ่

และในปี 2008 นั่นเองเขาพาทีมเข้ารอบศึกยูฟ่า แชมเปี้ยน ลีก อีกครั้ง แต่ก็ต้องพบกับฝันร้ายกับการเป็นพระรองอีกครั้ง เมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นผู้ชนะในเกมนั้นไปในการยิงจุดโทษตัดสิน ขณะที่ถ้วยลีกคัพ เชลซี ก็พ่ายให้กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บอีก

ส่วนในศึกพรีเมียร์ลีก ถึงแม้ เชลซี พยายามทำแต้มไล่กวด “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ก็ไม่เพียงพอที่พวกเขาะแซงหน้าทำให้เข้าป้ายเพียงแค่รองแชมป์เท่านั้น

และยิ่งไปกว่านั้นในศึกยูโร 2008 นัดชิงชนะเลิศ ทีมชาติเยอรมัน พบกับ ทีมชาติสเปน และพวกเขาก็โดน “กระทิงดุ” เฉือนไป 1-0 จากเฟอร์นันโด ตอเรส จนทำให้ในปีนั้น มิชาเอล บัลลัค เป็นรองแชมป์ถึง 4 รายการอีกครั้ง

ในซีซั่น 2009-2010 นั่นเอง เชลซี ภายใต้การคุมทัพของ คาร์โล อันเชล็อตติ นั้นมี บัลลัค เป็นตัวหลักและมีส่วนช่วยทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ ทั้งพรีเมียร์ลีกและเอฟเอ คัพ แต่ว่าในนัดชิงฟุตบอลถ้วย เขาโชคร้ายสุดๆ ถูก เควิน-พรินซ์ บัวเต็ง เข้าเสียบสกัดจนเจ็บหนักและพลาดไปเล่นในศึกเวิลด์ คัพ ที่แอฟริกาใต้

ทำให้เขาบอกลาทีมชาติเยอรมัน และ ย้ายกลับไปเล่นให้ เลเวอร์คูเซ่น และในปี 2012 นั่นเองเขาได้ประกาศแขวนสตั๊ต ทำให้เป็นการ ปิดตำนานมิสเตอร์รองแชมป์กองกลางหมายเลข 13

และทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวอันโหดร้ายของมิชาเอล บัลลัค ชายผู้โชคชะตาไม่เคยเข้าข้างในนัดชิงชนะเลิศ

เกียรติประวัติแชมป์ของบัลลัค
-แชมป์ บุนเดสลีกา เยอรมัน ปี 1998, 2003, 2005, 2006
-แชมป์ เดเอฟเบ โพคาล ปี 2003, 2005, 2006
-แชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ปี 2009
-แชมป์ลีกคัพ ปี 2007
-แชมป์เอฟเอ คัพ ปี 2007, 2009, 2010
-แชมป์เอฟเอ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 2009

เกียรติประวัติส่วนตัว
-ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของ ซอกเกอร์ ไดเจสต์ ปี 2003
-กองกลางยอดเยี่ยมแห่งปีของยูฟ่า ปี 2003
-ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของเยอรมัน ปี 2002, 2003, 2005

หากดูจากผลงานที่ผ่านๆ มานั้น ของ มิชาเอล บัลลัค จะเห็นว่าเขาคว้าแชมป์กับทีมมาอย่างมากมาย แต่ด้วยการที่ดันเป็น 4 รองแชมป์ในปีเดียวถึง 2 ครั้ง

ก็ทำให้ถูกมองว่านั่นคือ “มิสเตอร์รองแชมป์” โดยถึงแม้ว่าจะไม่เคยสัมผัสแชมป์โลกหรือแชมป์ยูโรเลย แต่ชายผู้นี้ก็แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทให้กับทีมถึงที่สุด เป็นผู้นำที่น่ายกย่อง และไม่เคยแสดงความย่อท้อออกมาให้เห็น จนทำให้กลายเป็นที่รักของแฟนบอลทั่วโลก

กลุ่มข่าวสารฟุตบอล : https://bit.ly/2NouPxE

สามารถติดตาม Talk of story เรื่องอื่นๆได้ที่ >> คลิ๊ก <<

Share Post:

Related Posts

No Comments

Leave a Reply