by goldenboat in
Talk Of Story

สไตล์ คือ สิ่งที่ทำให้นักเตะแต่ละคนมีเสน่ห์น่าหลงไหล ปฎิเสธไม่ได้หรอกว่าในยุคปัจจุบันนักเตะที่มีความเร็ว ปราดเปรียว เปี่ยมไปด้วยเทคนิค คือสไตล์พิมพ์นิยมสำหรับคอฟุตบอล ไม่อย่างนั้นนักเตะอย่าง เนย์มาร์ เอแด็น อาซาร์ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ฟิลลิปเป้ คูตินโญ่ หรือแม้แต่ อุสมาน เดมเบเล่ คงไม่มีค่าตัวเกิน 100 ล้านปอนด์แน่นอน 

แต่ทว่าหนึ่งในสไตล์ที่แทบจะหายไปจากโลกฟุตบอล กลายเป็นกองหน้าในสไตล์ซึ่งไม่มีชื่อเรียกเพราะไม่มีใครที่ทำแบบนี้ได้อีกแล้ว นั่นคือสไตล์การเล่นแบบ ฟิลิปโป้ อินซากี้ อดีตกองหน้าดาวยิงทีมชาติอิตาลี ที่เคยกล่าวเอาไว้ว่ากองหน้าไม่จำเป็นต้องยิงสวยของแค่ยิงเข้าก็พอ

ฟิลิปโป้ อินซากี้ อาจไม่มีลีลาสวยหรู ทักษะเฉพาะตัวของเขานั้นเข้าขั้นแย่ ไม่มีเทคนิค เลี้ยงบอลไม่คล่องแคล่ว ร่างกายบอบบาง ชอบจะพุ่งถลาตัวล้มไปกองกับหญ้าสนามเพื่อเรียกฟาล์วเสมอ แฟนบอลส่วนใหญ่มักจะเรียกเขาว่า นักเตะจอมพุ่งล้ม นักเตะจอมล้ำหน้า กองหน้าเห็นแก่ตัว หากใครไม่ทันได้เห็นด้วยตาตัวเองคงนึกภาพไม่ออกคงต้องไปหาการเล่นของเขาดู หรือว่าจะสไตล์ คล้ายกันที่สุดก็คงจะประมาณ ฮาเวียร์ เฮอนันเดส “ชิชาริโต้” แต่ก็ยังไม่ใช่สะทีเดียว

แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครปฎิเสธได้ก็คือ ฟิลิปโป้ อินซากี้ คือผู้เชี่ยวชาญระดับสูง​ในการส่งลูกบอลเข้าไปกระทบก้นตาข่าย อินซากี้ คนนี้คือหนึ่งในนักเตะไม่กี่คนที่เส้นวาสนาเคยสัมผัสเกียรติยศระดับเมเจอร์มาแล้วทั้งแชมป์ฟุตบอลโลกและแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

อะไรกันที่ทำให้กองหน้าร่างไม่ใหญ่โต ทักษะความสามารถน้อย ท่วงท่าไม่สง่างาม แต่กลับมีสัญชาตญาณยิงประตูได้เป็นว่าเล่น จนกุนซือทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติไม่อาจปฎิเสธเขาได้

ในปี ค.ศ 1991 อินซากี้ได้ลงประเดิมสนามครั้งแรกในฟุตบอลอาชีพในเซเรีย บี กับ สโมสร ปิอาเซนซ่า และทีมตกชั้น ก่อนที่จะย้ายไปเลฟเช่ ตามมาด้วยปาร์ม่า ในศึกกัลโช เซเรียอา และในปี 1996 นั่นเอง อินซากี้ ได้ย้ายไปอยู่กับทีม อตาลันต้า ถือว่าเป็นการแจ้งเกิดอย่างแท้จริง เพราะถึงแม้ว่าอตาลันต้าจะจบอันดับที่ 10 ของตาราง ยิงรวมกันได้ทั้งหมด 44 ลูก แต่ อินซากี้ยิงคนเดียว 24 ลูก ทำให้เขาได้รางวัลดาวซัลโวในซีซั่น 1996-1997 ไปครอบครอง

เขาได้ย้ายมาตูริน เพื่อเป็นกองหน้าให้กับทีมยักษ์ใหญ่อย่าง ยูเวนตุส อินซากี้ ต้องต่อสู้อย่างหนักกับทุกคำวิจารณ์ที่ถาโถมเข้าใส่ ด้วยการทำหน้าที่ที่ตนเองถนัดที่สุดคือการยิงประตู
จนแฟนบอลม้าลายรักใคร่ แต่หลังผ่านไปสี่ฤดูกาล สิ่งที่เขาทำมันไม่เพียงพอ แม้จะยิงได้มากถึง 89 ประตูก็ตาม

ในสมัยเขาอยู่กับยูเวนตุสนั้น นักข่าว เพื่อนร่วมอาชีพ หรือแม้กระทั้งผู้จัดการทีม ต่างวิจารณ์เขาด้วยกันทั้งนั้น
-ยาป สตัม ปราการหลังร่างยักษ์ดีกรีทีมชาติฮอลแลนด์ ซึ่งเคยเผชิญหน้ากับปิ๊ปโป้
ได้หล่นคอมเม้นท์ถึงดาวยิงอิตาเลี่ยนเอาไว้สั้นๆว่า ไอจอมพุ่งล้ม
-โรแบร์โต้ คาร์ลอส ซึ่งเคยเจอกับอินซากี้ครั้งแรกตอนที่ย้ายมาอยู่กับอินเตอร์ มิลาน ก็พูดถึงเขาไว้ว่า “อินซากี้เป็นคนที่ทำได้ทุกอย่าง แต่ผมไม่รู้จริงๆว่าเขาถนัดสิ่งใหนกันแน่”
-โยฮัน​ ครัฟฟ์ เทวดาลูกหนังผู้ล่วงลับ ก็เคยนิยามถึงอินซากี้เอาไว้ว่า”ไม่ควรเล่นฟุตบอลด้วยประการทั้งปวง เขาดูไม่เหมือนนักฟุตบอลอาชีพด้วยซ้ำ เพราะไม่มีทักษะอะไรเลย เพียงแค่อยู่ถูกที่ถูกเวลาตลอดแค่นั้นเอง”

และในปี 2000 ยูเวนตุสได้กองหน้ามาใหม่ที่ชื่อว่า ดาวิด เทรเซเก้ต์ มาแทนที่ตัวเขา อินซากี้จึงต้องระเห็ดออกไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ที่ เอซี มิลาน เขาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเอาชนะผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์เขาด้วยถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามต่างๆนาๆว่าไม่มีคุณสมบัติดีพอจะเป็นนักฟุตบอล

ในถดูกาลที่ 2002-2003 หลังจากย้ายมาอยู่กับ เอซี มิลานได้เพียงปีที่ 2 ฟิลิปโป้ อินซากี้ ยิงไป 30 ลูกรวมทุกรายการและคว้าตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งนั่นทำให้คนที่เคยดูถูกเขาต้องหน้าหงาย

กุนซืออย่าง อันเชล็อตติ ที่คุมทีม มิลานในตอนนั้น ได้ให้คำนิยามไว้กับอินซากี้ว่า “ทีมใดก็ตามอยากประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องมีกองหน้าแบบอินซากี้”
-เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ก็พูดถึงเอกลักษณ์ของเขาด้วยว่า “ไอินซากี้เกิดมาเพื่อล้ำหน้าจริงๆ นะ เวลาที่เขาวิ่งผ่านไหล่กองหลังตัวสุดท้ายเขาจะถูกจับล้ำหน้าหลายครั้งใน 1 เกม แต่ถ้าเขาผ่านมันไปได้สักครั้งแล้วล่ะก็นั่นหมายถึงการการันตีประตูเลยทีเดียว” 

ฟิลิปโป้ อินซากี้ อาจจะเกิดมาเพื่อล้ำหน้าจริงอย่างที่เฟอร์กูสัน ว่า แต่ที่ทุกคนปฎิเสธไม่ได้คือ เขาคนนี้ก็เกิดมาเพื่อทำประตูเช่นกัน เขายิงประตูได้ทุกส่วนของร่างกาย เท้าขวา เท้าซ้าย หัว ไหล่ ท้อง เขายิงประตูได้ทุกสถานการณ์ทั้งประตูจากลูกส้มหล่น ประตูที่แสนแปลกประหลาด ประตูง่ายๆ หรือแม้กระทั่งการยิงเข้าทั้งๆ ที่ล้ำหน้า แต่สุดท้ายแล้วเมื่อถึงวินาทีชี้ขาดเกม ทุกคนสามารถมั่นใจใน ฟิลลิปโป้ อินซากี้ ที่บ้าคลั่งการทำสกอร์คนนี้ได้อย่างแน่นอน

หลาย ๆ คนอาจบอกว่าการยืนถูกที่ถูกเวลาของเขา มันคือเรื่องของโชคดวงทว่าความจริงเบื้องหลัง ก็คือ “ฟิลิปโป้ อินซากี้ มักใช้เวลาอ่านจุดอ่อนของกองหลังทีมคู่ต่อสู้
ด้วยการนั่งดูเทปวิเคราะห์ การเล่นเป็นเวลานานๆ
” เพราะนี่คือการพิสูจน์ว่ากว่าจะมาเป็น
กองหน้าที่ช่วงชิงจังหวะเก่งกาจได้ เขาต้องทำงานหนักมากแค่ใหน กัตตูโซ่ เอ่ย..

โดยประตูที่ อินซากี้ ทำได้ทุกคนบนโลกจะเห็นคล้ายๆกันว่ามันง่าย ไม่มีอะไรพิเศษเลย แต่ทุกครั้งที่เขายิงได้ เขามักจะดีใจกับมันอย่างบ้าคลั่ง แหกปากโวยวาย กางปีกวิ่งไปทั่ว ที่เขาต้องดีใจขนาดนั้น เพราะมันคือการฉลองความสำเร็จจากการทำงานหนัก ที่สำคัญคือเขารักการยิงประตู

ถึงแม้ อินซากี้ จะไม่ใช่กองหน้าที่ทักษะดี เทคนิคสูง ความอันตรายรอบตัว เหมือนอย่างยอดดาวยิงในรุ่นเดียวกัน อย่าง ต๊อตติ เดล ปิเอโร่ อังเดร เชฟเชนโก้ หรือแม้แต่ โรนัลโด้ R9 ที่มักจะถูกเรียกว่าอัจฉริยะ แต่ในส่วนของอินซากี้ ไม่ใช่ เพราะเขาไม่มีทั้งเทคนิค และ ทักษะของเขาก็ไม่ดี เขาจึงหาวิธีหาการเล่นให้เป็นการเล่นในแบบที่ตัวเองจะเป็นชนิดที่ว่า ยอดดาวยิงบนโลกใบนี้ก็ไม่มีใครทำได้

อินซากี้ วิ่งหาช่องตลอดเวลา เขาไม่ท้อที่จะวิ่งหาช่องให้เพื่อนเปิดให้ แม้บางครั้งจะต้องตีรถเปล่าเหนื่อยฟรีเพราะบอลมาไม่ถึง เขาอาจจะไม่เหนื่อยกับการเลี้ยงบอลหรือไล่บอลเหมือนคนอื่นๆ แต่เขาก็ต้องใช้พลังงานไม่น้อยในการพยายามวิ่งเพื่อเอาชนะกับดักล้ำหน้าและหาช่องในการทำประตู 

“ถ้าคุณไม่ได้เกิดมามีพรสวรรค์แบบ โรนัลโด้ และ กาก้า เชื่อเถอะว่าคุณสามารถเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ได้ และสิ่งที่จะทำให้ไปถึงจุดนั้นได้คือความเพียรและความรักในสิ่งที่คุณทำ”  อินซากี้ อธิบายถึงตัวเขาไว้แบบนั้น … ซึ่งไม่มีใครอธิบายได้ ว่ามันหมายถึงอะไร

หลายคนบอกว่า มันเป็นพรสวรรค์ของเขาในเรื่องนี้ ที่มักจะอยู่ถูกที่ถูกเวลา แต่ถ้าจะบอกว่าพรสวรรค์อย่างเดียวคงไม่ใช่ เพราะ อินซากี้ คงไม่สามารถมาถึงจุดที่ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนยิงมากมายก่ายกอง เพียงแค่มีพรสวรรค์อย่างเดียวแน่นอน คู่แข่งทุกคนรู้ว่าเขาชอบเอาชนะกับดักล้ำหน้า และหลายครั้ง อินซากี้ ก็โดนจับล้ำหน้าอยู่บ่อยๆ ใน 1 เกม แต่ถ้าครั้งไหนที่เขาเอาชนะไปได้ นรกมาเยือนแน่นอน เพราะใส่สกอร์รอได้เลย

ในยุคที่มิลานเฟื่องฟู มีกองหน้าที่ชื่อว่า อังเดร เชฟเชนโก้ คู่กับ อินซากี้ โดยมีกาก้าคอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง ความคิดของกองหลังฝั่งตรงข้าม ก็คือ เชว่า และ กาก้า คือตัวอันตรายที่สุด แต่คงลืมไปว่ามียังตัวแสบ อย่าง อินซากี้ ที่จะหายหน้าหายตาไปตลอดทั้งเกมจะโผล่ออกมาก็ตอนวิ่งดีใจจากการทำประตูเท่านั้น

สุดท้ายแล้ว มันไม่ได้มีสูตรลับตายตัวอะไรสำหรับการที่ใครสักคนจะยืนหยัดล่าตาข่ายเป็นอาชีพ จนได้การยอมรับว่าเป็นตำนาน เพราะบางคนอาจเต็มเปี่ยมไปด้วยลีลา ท่วงท่า สง่างาม บางคนยิงประตูด้วยความผาดโผน โจนทะยาน จนเป็นที่จดจำของแฟนบอล ยังไม่ได้เป็นตำนานอย่างอินซากี้เลยด้วยซ้ำ

สำหรับฟิลิปโป้ อินซากี้แล้วนั้น กระบวนการนำมาซึ่งการได้ประตูก็ไม่ใช่สาระสำคัญเพราะตราบใดที่เขาทำประตูได้ แม้จะโดนค่อนขอดว่าเป็นผู้เล่นที่ไม่สง่างาม เขาก็ไม่จำเป็นต้องแคร์

เช่นกันกับในชีวิตจริง ที่เราไม่จำเป็นต้องใส่ใจกับทุกคำพูดที่ถาโถมเข้ามาบั่นทอนจิตใจเพราะตราบใดที่เราล่วงรู้ตัวเราเองว่ากำลังทำอะไร หากมันเป็นสิ่งที่ถูกและไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เราก็มีหน้าที่แค่ทำต่อไปให้ถึงเป้าหมายของเราเท่านั้นเอง

กลุ่มข่าวสารฟุตบอล : https://bit.ly/2NouPxE

สามารถติดตาม Talk of story เรื่องอื่นๆได้ที่ >> คลิ๊ก <<



Share Post:

Related Posts

No Comments

Leave a Reply