by goldenboat in
Talk Of Story

แม้เวลาจะผ่านล่วงเลยมาแล้วหลายปีแต่การเล่นที่เหมือนกับการร่ายเวทมนต์ของ ซีเนดีน ซีดาน ยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจของแฟนบอลหลายๆ ท่าน อย่างไม่มีวันจางหาย ภาพการเลี้ยงบอล การผ่านบอลที่ปานเทพ การสั่งการในฐานะกัปตันทีม การล่อหลอกบรรดาผู้เล่นฝั่งตรงข้าม สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความทรงจำที่ดีกับชายคนนี้

หากใครเป็นแฟนฟุตบอลตัวยง ย่อมรู้จักชื่อนี้เป็นอย่างดี ซีเนดีน ซีดาน ไม่ว่าจะในฐานะยอดนักเตะ ที่ประสบความสำเร็จ มากที่สุด คนหนึ่งของโลก หรือ นักฟุตบอลที่มีฝีเท้า ระดับแถวหน้า ไปจนถึง ยอดผู้จัดการทีม ที่พา เรอัล มาดริด กลับมาทวงบัลลังก์ ความเป็นเจ้ายุโรป

สมัยที่ ซีเนดีน ซีดานเป็นผู้เล่น ความสามารถของเขา ในฐานะกองกลางตัวรุก ถูกยกย่องให้เป็นเบอร์ 1 ของโลก ในช่วงเวลาหนึ่ง กับความสามารถ ที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นคือ ทักษะการครอบครองบอล ที่ยอดเยี่ยม 

ซีเนดีน ซีดาน หรือ มีชื่อเต็มว่า ซีเนดีน ยาซิด ซีดาน หรือที่เพื่อนๆเรียกกันว่า “ซิซู” อัจฉริยะลูกหนังเชื้อสายแอลจีเรียผู้นี้ เกิดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ปี 1972 ที่เมืองมาร์กเซย ประเทศฝรั่งเศส โดยเขาเริ่มต้นอาชีพลูกหนังจากการเล่นอยู่ตามท้องถนนในเมืองมาร์กเซย ตามประสาเด็กทั่วไป จนในตอนที่ ซีดาน มีอายุได้ 14 ปี พรสวรรค์ของเขาก็ไปเตะตาแมวมองของสโมสรกานส์ ที่มาชักชวนให้เขาไปเข้าโรงเรียนลูกหนังฝึกฝนฝีเท้ากับทางสโมสร

โดยในฤดูกสล 1990/1991 เขาก็สามารถเป็นตัวจริงของทีมกานส์ได้แล้วด้วยวัยที่ยังไม่ถึง 17 ปี และในฤดูกาล 1992/1993 เจ้าตัวก็ได้ย้ายไปสู่อ้อมอก บอร์กโด ยักษ์ใหญ่ของลีก เอิง ในตอนนั้น ในตอนนั้นเอง ซีดาน ได้เข้ามาเป็นส่วนสำคัญ พาทีมเข้าชิงชนะเลิศ ฟุตบอลยูฟ่า คัพ ฤดูกาล 1995/1996

ซึ่งแม้ว่า บอร์กโดซ์ จะพ่าย บาเยิร์น มิวนิค ทีมยักษ์ใหญ่ของเยอรมัน จนพลาดแชมป์ไป แต่ฝีเท้าของ ซีดาน ที่ได้สำแดงออกมาในฤดูกาลนั้น ทำให้เขาแจ้งเกิดในเวทีลูกหนังยุโรป ได้สำเร็จ จนมีคนยกย่องว่าจะกลายเป็นตำนานลูกหนังของฝรั่งเศสคนต่อไป

ซีดาน มาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในระดับนานาชาติ เมื่อติดทีมชาติฝรั่งเศส ชุดทำศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รอบสุดท้าย ปี 1996 ที่ประเทศอังกฤษ เป็นเจ้าภาพ และ ซิซู ก็โชว์ลวดลายลีลาออกมาได้อย่างน่าประทับใจ แม้ว่าสุดท้ายแล้ว ฝรั่งเศส จะไม่ถึงดวงดาวในการแข่งขันครั้งนั้น แต่ ซีดาน ก็กลายเป็นเป้าหมายสำคัญสโมสรชั้นนำในยุโรป และเป็นอนาคตของทีม “เลส์ เบลอส์” อีกด้วย

ด้วยฟอร์มที่เล่นดั่งใจคิดนั่นเอง ทำให้ มาร์เชโล ลิปปี้ ที่คุมทีม ม้าลาย ูเวนตุสตอนนั้น คว้าตัว ซีดาน มาร่วมทีมในปี 1996 ด้วยค่าตัวประมาณ 3 ล้านปอนด์ และ ซีดาน ก็เป็นส่วนสำคัญที่พาทีมยูเวนตุส คว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา และ แชมป์อินเตอร์คอนทิเนนทอล คัพ ในปี 1997 รวมถึง มีส่วนสำคัญพาทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนที่จะพ่ายให้กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 3-1

ซึ่งในฤดูกาลถัดมา ซีดาน ยังช่วยให้ ยูเวนตุส คว้าแขมป์ “สคูเต็ตโต้” ได้อีกสมัย เช่นเดียวกับ พาทีมเขารอบชิงชนะเลิศ ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่สุดท้าย ทีมของเขาก็ต้องเป็นฝ่ายปราชัยให้กับ เรอัล มาดริด ไป 0-1  

“ในปี 1998 ศึกฟุตบอลโลก ฟร้องค์ 98 ซีดาน ก็พาทีมชาติฝรั่งเศสของเขาคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกอย่างยิ่งใหญ่เหนือทีมชาติ บราซิลในรอบชิงชนะเลิศไป 3-0 โดยเจ้าตัวสามารถทำได้ 2 ประตูอีกด้วย ซึ่งในช่วงปลายปีนั้น ซีดาน ก็ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของโลก และนักเตะยอดเยี่ยมของยุโรป มาครองได้อีกด้วย

หลังจากคว้าแชมป์โลก 1998 มาครองได้แล้ว พลพรรคนักเตะทีมชาติฝรั่งเศส ยังเดินหน้าทำผลงานยอดเยี่ยมได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะเปลี่ยนกุนซือจาก ฌักเก้ต์ มาเป็น โรเช่ร์ เลอแมร์ แต่นักเตะกำลังหลักของทีมก็ยังอยู่กันครบ

ก่อนจะมาสร้างผลงานระดับโลกอีกครั้ง ด้วยการคว้าแชมป์ยุโรป มาครองได้ ด้วยการเอาชนะ อิตาลี ในรอบชิงชนะเลิศ จากประตูชัยของ ดาวิด เทรเซเก้ต์ และในปลายปีนั้น ซีดาน ก็ได้รางวัลนักเตะยอดเยียมของโลก มาครองเป็นสมัยที่ 2 ด้วย

ทำให้ในปี 2001 ฟรอเรนติโน่ เปเรซ ได้ทุ่มเงินมหาศาลถึง 76 ล้านยูโร ซึ่งเป็นสถิติโลกในตอนนั้น เพื่อดึง ซีดาน เข้าสู่ ซานติอาโก้ เบอร์นาบิว ในโปรเจ็ค กาลาคติกอส

ในฤดูกาลแรกที่ ซีดาน ไปอยู่กับ รีล มาดริด เขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้

อย่างไรก็ตามหลังจากคว้าแชมป์มามากมายกับ ราชันชุดขาว ในฤดูกาล 2005/2006 ซึ่งเป็นฤดูกาลสุดท้ายของซีดาน กับ เรอัล มาดริด อาจไม่น่าประทับใจนัก

เมื่อต้นสังกัดของเขากระเด็นตกรอบรองชนะเลิศศึก โกปา เดล เรย์ และ รอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

รวมถึงถูกทีม “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ทิ้งห่างถึง 12 แต้ม พร้อมกับคว้าแชมป์ลาลีกา ไปครอง และในที่สุด ซีดาน ก็แขวนสตั๊ด อย่างเป็นทางการ  ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2006

ในสมัยที่ซีดานยังโลดแล่นอยู่ในสนามนั้น มักจะใช้สกิล ซีดาน เทิร์น ที่หลายๆคนเอามาลอกเลียนแบบทำกันอย่างแพร่หลายซึ่งเป็นท่าหลอกง่ายๆ ที่ทำได้ไม่ง่าย พูดกันตามความจริง ซีดาน ไม่ใช่คนคิดค้นท่า ซีดาน เทิร์น ขึ้นมา อย่างไรก็ตาม การครอบครองบอลท่านี้ กลับถูกจดจำ ในชื่อของเขา เพราะว่าเขาสามารถทำได้อย่างเพอร์เฟ็ค

ที่สำคัญซีดาน สามารถเริ่มต้นการเทิร์น ได้ทั้งสองเท้า ไม่ว่าจะเริ่มจากเท้าซ้ายไปขวา หรือขวาไปซ้าย เขาสามารถ ทำได้หมด และดีเหมือนกัน ไม่มีผิดเพี้ยน จึงทำให้คู่แข่งจับทางได้ยากมากๆ

“คุณเชื่อใจเขาได้เสมอ เขาคือนักเตะเพียงคนเดียว ที่ผมเชื่อว่า เขาควบคุมลูกฟุตบอลได้ดั่งใจจริงๆ ไม่ว่าอยู่ส่วนไหนของสนาม หากเขาอ่านเกม และมั่นใจว่า เขาสามารถ ใช้ท่านี้ และจะหลอกคู่ต่อสู้ได้ เขาพร้อมทำ จะอยู่กลางสนาม หน้ากรอบเขตโทษ หรือในกรอบเขตโทษ เขาพร้อมทำได้หมด” เธียร์รี อองรี กล่าวชื่นชมในทักษะ การครองบอล อันยอดเยี่ยมของซีดาน

หลังจากหมดยุคของซีดาน มีนักฟุตบอลจำนวนมาก ที่รับท่า ซีดาน เทิร์น ไปใช้ต่อ แต่สุดท้าย ยังไม่มีใคร ใช้ท่านี้ ได้ดีเทียบเท่ากับเขา เพราะคุณสมบัติ ของการใช้ท่านี้ ต้องการทั้งฝีเท้า จิตใจ และมันสมอง นี่คือเหตุผล ที่ทำให้ท่า ซีดาน เทิร์น เป็นหนึ่งในกระบวนท่า การหลอกคู่ต่อสู้ ที่ยอดเยี่ยม ของวงการฟุตบอล ตั้งแต่ที่เคยมีมา

สกิล ซีดาน เทิร์น คือท่าที่ ยอดเยี่ยม ดูเหมือนจะไม่ได้เป็น เพราะตัวกระบวนท่า แต่เป็นเพราะมีคนใช้ชื่อว่า ซีเนดีน ซีดาน ที่สามารถใช้ได้สมบูรณ์แบบราวกับมีเวทมนต์

กลุ่มข่าวสารฟุตบอล : https://bit.ly/2NouPxE

สามารถติดตาม Talk of story เรื่องอื่นๆได้ที่ >> คลิ๊ก <<

Share Post:

Related Posts

No Comments

Leave a Reply